| เกี่ยวกับเรา | เว็บบอร์ด | ช่วยเหลือ | ค้นหา | ปฏิทิน | บทความ | แกลเลอรี่ | เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก |
11 มีนาคม 2010, 02:33:48 AM
|
||||
|
||||
ฟังวิทยุออนไลน์
|
|
| เกี่ยวกับ คปต. |
|
เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) คือ ประชาชนที่ดำเนินงานโดยไม่หวังผลกำไร (NPO : Non Profitable Organization) มีลักษณะเป็นสถาบันนอกระบบราชการ เป็นองค์กรที่รวมตัวกันขึ้นจากหลากหลายกลุ่มวิชาชีพ กลุ่มศึกษา กลุ่มผู้สนใจ หรือกลุ่มที่มีเป้าหมายร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อที่จะดำเนินบทบาทในการช่วยคลี่คลายปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในสังคมไทย คปต. เริ่มต้นจากเวทีการประชุมข่ายประชาสังคมไทย เนื่องจาก พ.ศ. ๒๕๓๙ ขณะร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๘ ที่เปลี่ยนแปลงจากการให้ความสำคัญของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจมาเป็นการพัฒนาที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ภายใต้แนวคิด การพัฒนาประเทศด้วยกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม การประชุมข่ายประชาสังคมไทยเมื่อวันพุธที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๔๓ ณ ห้องประชุมคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม ได้มีหัวข้อการประชุม เรื่อง “คอร์รัปชันกับความยากจน” โดย ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ ผลสรุปของที่ประชุมเสนอให้มีการสนับสนุนและสร้างวัฒนธรรมใหม่ของสื่อมวลชนให้ทำการตรวจสอบ คอร์รัปชัน และจัดตั้งกองทุนขจัดคอร์รัปชัน โดยให้คนไทยร่วมบริจาค และการจัดทำ mapping corruption และrating corruption การจัดประชุม เรื่อง "ปัญหาคอร์รัปชันในสังคมไทย" ณ ห้องประชุม ๒๑๓-๒๑๖ อาคารรัฐสภา ๒ ผลสรุปของที่ประชุมมีการเสนอให้รวมกลุ่มของผู้สนใจในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในสังคมไทย เพื่อเตรียมการก่อตั้งเป็นเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ตามมติของที่ประชุมดังกล่าว จึงได้มีการจัดตั้งเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) และมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๔ ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา โดยมีสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิทางสังคม ๑๐๑ท่าน ซึ่งเป็นบุคคลผู้ร่วมก่อตั้ง และองค์กรร่วมก่อตั้งจากภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม จำนวน ๑๑๔ องค์กร รวมทั้งประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเป็นสักขีพยานกว่าพันคนมีจุดหมายร่วมกันในการผนึกกำลังของประชาชน เพื่อต้านคอร์รัปชันแก้ปัญหาวิกฤติของชาติ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า People Network Against Corruption. และชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า PNAC มีเครื่องหมายของเครือข่าย ดังนี้ คปต. มีวัตถุประสงค์ หลักการและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน ดังนี้วัตถุประสงค์ของเครือข่าย๑. สร้างพลังประชาชนให้เข้มแข็งในการต้านคอร์รัปชัน ในขอบเขตทั่วประเทศ ๒. สร้างขบวนการค่านิยมความโปร่งใสและการบริโภคที่เหมาะสมในสังคมไทย หลักการสำคัญในการดำเนินงาน ๑. เป็นอิสระจากอำนาจรัฐและอำนาจผลประโยชน์ด้วยการทำงานอย่างโปร่งใสดำเนินงานด้วยวิถีทางสายกลาง ๒. สนับสนุนและร่วมมือกับภาคีพันธมิตรอย่างกว้างขวางโดยยึดถือหลักการมีส่วนร่วมคิดร่วมทำบนพื้นฐานของความสมัครใจ และยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย ยุทธศาสตร์ ๑. เป็นศูนย์กลางกำลังภาคประชาชน ติดตามการปฏิบัติงานของรัฐบาล และองค์กรอิสระในการป้องกันและแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ๒. ประสานข่ายงานประชาสังคม จัดทำแผนที่คอร์รัปชันในทุกจังหวัดทุกกระทรวง ๓. สนับสนุนสื่อมวลชนทำการวิจัยสืบค้นกรณีคอร์รัปชัน ๔. รวบรวมอาสาสมัครต่อต้านคอร์รัปชัน ท่ามกลางกระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม และส่งเสริมให้มีองค์กรเครือข่ายและขบวนการประชาชนต้านคอร์รัปชันเครือข่าย ๕. จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการดำเนินการของภาคประชาชน ๖. สร้างสรรค์รูปแบบการใช้มาตรการเชิงสังคมและระบบบัญชีดำต่อผู้ทุจริตคอร์รัปชัน ๗. ส่งเสริมค่านิยมการยกย่องคนดี การไม่สยบยอมต่อการใช้อำนาจโดยมิชอบและการบริโภคแบบพอเพียง ๘. สร้างแบบอย่างการทำงานที่โปร่งใสภายในเครือข่ายและองค์กรสมาชิก หลักการสำคัญในการดำเนินงานของ คปต. ๑. เป็นอิสระจากอำนาจรัฐ และผลประโยชน์ ด้วยการทำงานอย่างโปร่งใสดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ๒. ยึดถือหลักการมีส่วนร่วมคิดร่วมทำบนพื้นฐานของความสมัครใจ โดยยอมรับความแตกต่างหลากหลาย โครงสร้างและการทำงานของ คปต.เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) มีประธานเครือข่าย ศ.น.พ.เสม พริ้งพวงแก้ว และมีประธานร่วมคือ คุณณรงค์ โชควัฒนา น.พ.นิรันทร์ พิทักษ์วัชระ คุณเตือนใจ ดีเทศน์ และคุณสัก กอแสงเรือง โดยมี ศ.ดร.นิคม จันทรวิฑูร เป็นที่ปรึกษาของเครือข่าย คปต. ประกอบด้วย “คณะทำงาน คปต. ชุดใหญ่” ซึ่งเป็นบุคคลที่ริเริ่มก่อตัวเป็นคณะทำงานที่ได้ประสานแนวคิดและการปฏิบัติ ทำให้เกิดการรวมตัวของภาคประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชันโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเห็นสังคมปลอดจากการคอร์รัปชัน คณะทำงาน คปต. ชุดใหญ่ ประกอบด้วยบุคคลทีมาจากภาคประชาชน เอกชน นักวิชาการ องค์กรเอกชน และเครือข่ายประชาสังคม ฯลฯ จากการทำงานที่ผ่านมา คปต. ได้รับการรับรองจากองค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานในฐานะ ๑. เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ จากคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามความในมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับกระบวนการยุติธรรม ๒. เป็นองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนตามมาตรา ๒๔ ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยมีสิทธิและหน้าที่ในการรับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสารและวิชาการ การได้รับการสนับสนุนในการเสริมสร้างศักยภาพองค์การ การได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และการดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด ๓. เป็นองค์การเอกชนเป็นองค์การเอกชนที่ได้รับการรับรองให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการตรวจสอบการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการขอให้รับรอง การรับรอง และการเพิกถอนการรับรององค์การเอกชนที่ช่วยเหลือในการตรวจสอบการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๒๐แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๑ |
| โครงสร้างองค์กร >> |